เลือกวิธีจัดซื้อให้ถูกต้อง: e-Bidding, คัดเลือก, เฉพาะเจาะจง ใช้เมื่อใดและมีเงื่อนไขอะไรบ้าง


การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีเป้าหมายหลักคือ “โปร่งใส เท่าเทียม ตรวจสอบได้ และคุ้มค่าเงินภาษี” การเลือก “วิธีจัดหา” ที่เหมาะสมจึงเป็นจุดเริ่มสำคัญ เพราะส่งผลต่อการแข่งขัน ราคา คุณภาพงาน ตลอดจนความเสี่ยงในการตรวจสอบ บทความนี้สรุปหลักคิดและเงื่อนไขการใช้ e-Bidding, วิธีคัดเลือก, และ วิธีเฉพาะเจาะจง พร้อมตัวอย่างการตัดสินใจเชิงปฏิบัติ เพื่อให้หน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานเลือกใช้วิธีได้อย่างถูกต้อง


หลักคิดก่อนเลือกวิธี

  1. วัตถุประสงค์และขอบเขตงาน (TOR) — ระบุคุณลักษณะ จำเป็น/เหมาะสม และไม่ล็อกสเปก เปิดกว้างให้ผู้ค้าแข่งขันได้

  2. ลักษณะตลาด — มีผู้ค้าทั่วไปจำนวนมาก? มีสินค้ามาตรฐาน? หรือเป็นเทคโนโลยีเฉพาะ/ผู้ผลิตรายเดียว

  3. วงเงินและความคุ้มค่า — วงเงินสูงควรเพิ่มระดับการแข่งขันและการเปิดเผยข้อมูล

  4. กรอบเวลา — งานเร่งด่วนหรือภัยพิบัติอาจเข้าหลักเกณฑ์วิธีพิเศษ แต่ต้องมีเหตุผลรองรับชัดเจน

  5. ธรรมาภิบาล — ลดความเสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้เกณฑ์ประเมินโปร่งใส มีร่องรอยเอกสาร (Audit Trail) ครบถ้วน


e-Bidding: วิธีหลักเพื่อการแข่งขันสูงสุด

ใช้เมื่อใด:

  • มีผู้ค้าหลายรายในตลาด และสินค้า/บริการมีมาตรฐานพอให้แข่งขันด้านราคาได้

  • วงเงินกลาง–สูง ต้องการความโปร่งใสและตรวจสอบได้สูง

  • เหมาะกับครุภัณฑ์ทั่วไป วัสดุสำนักงาน คอมพิวเตอร์มาตรฐาน งานจ้างที่ระบุผลลัพธ์ชัดเจน

เงื่อนไข/ขั้นตอนโดยสังเขป:

  • จัดทำ TOR และ ราคากลาง อย่างมีเหตุผล (อ้างอิงราคาตลาด/แหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ)

  • เผยแพร่ประกาศและเอกสารผ่านระบบ e-GP ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเท่าเทียม

  • กำหนด เกณฑ์คุณสมบัติ และ เกณฑ์การพิจารณา (เช่น ราคาอย่างเดียว หรือราคา+เทคนิคแบบถ่วงน้ำหนัก)

  • เปิดให้ยื่น/เคาะราคาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พิจารณาผลและเผยแพร่ผู้ชนะ

  • ทำสัญญา/กำกับสัญญาและตรวจรับโดยคณะกรรมการ

ข้อดี: โปร่งใส แข่งขันสูง ได้ราคาคุ้มค่า ลดข้อครหาล็อกสเปก
ข้อควรระวัง: TOR ต้องไม่จำกัดเกินจำเป็น กำหนดเงื่อนไขเทคนิคให้สมเหตุสมผล และเตรียมคำตอบถาม-ตอบล่วงหน้า


วิธีคัดเลือก (Selection): เมื่อคุณภาพเฉพาะทางสำคัญ

ใช้เมื่อใด:

  • งานต้องการทักษะ/ประสบการณ์เฉพาะทาง เช่น ที่ปรึกษาเชิงเทคนิค งานออกแบบวิศวกรรม งานซอฟต์แวร์เฉพาะระบบ

  • จำนวนผู้ค้าในตลาดมีจำกัด แต่ยังมีมากกว่าหนึ่งราย และ “ราคาไม่ใช่เกณฑ์เดียว” ที่สะท้อนความคุ้มค่า

  • ต้องการพิจารณา “ข้อเสนอทางเทคนิค” อย่างละเอียด เช่น ทีมงานผลงานเดิม วิธีดำเนินงาน แผนรับประกัน/บำรุงรักษา

เงื่อนไข/ขั้นตอนโดยสังเขป:

  • ระบุ เกณฑ์เทคนิค+ราคา ที่ชัดเจน (เช่น เทคนิค 70% ราคา 30%) พร้อมวิธีให้คะแนนและเอกสารอ้างอิง

  • เผยแพร่เชิญชวนผ่าน e-GP (หรือเชิญรายชื่อที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น) เพื่อให้ผู้ค้ามายื่นข้อเสนอ

  • คณะกรรมการพิจารณาคุณภาพข้อเสนอ (เทคนิค) ก่อนเปิดซองราคา/รวมคะแนน

  • เลือกผู้ที่ได้ “คะแนนรวมดีที่สุด” ไม่ใช่ราคาต่ำสุดเสมอไป

ข้อดี: ได้ผู้รับจ้างที่มีความสามารถตรงโจทย์ คุณภาพงานสูง ระยะยาวคุ้มค่ากว่า
ข้อควรระวัง: ต้องมีเหตุผลรองรับว่า “งานมีลักษณะเฉพาะ/ซับซ้อน” จริง เกณฑ์ประเมินต้องโปร่งใส ลดอคติ และบันทึกการให้คะแนนอย่างละเอียด


วิธีเฉพาะเจาะจง (Direct/Special): ใช้เท่าที่จำเป็นจริง

ใช้เมื่อใด:

  • เหตุจำเป็นเร่งด่วน/ภัยพิบัติ ที่ไม่สามารถรอขั้นตอนปกติได้

  • มีผู้ประกอบการรายเดียว ที่สามารถจัดหา/ซ่อม/บำรุงรักษาได้ (เช่น อะไหล่เฉพาะยี่ห้อเดิม ใบอนุญาตสิทธิ์เฉพาะ)

  • วงเงินต่ำมากตามเกณฑ์ที่ระเบียบกำหนด และการบริหารต้นทุนดำเนินการของวิธีอื่นไม่คุ้ม

เงื่อนไข/ขั้นตอนโดยสังเขป:

  • ทำ บันทึกเหตุผลความจำเป็น และพยานหลักฐานยืนยัน (เช่น จดหมายผู้ผลิตว่าเป็นผู้แทนรายเดียว รายงานสถานการณ์ฉุกเฉิน)

  • ขออนุมัติจากผู้มีอำนาจตามลำดับชั้น

  • เปรียบเทียบราคาหรืออ้างอิงราคากลาง/มาตรฐานเท่าที่ทำได้ เพื่อแสดงความคุ้มค่า

  • เผยแพร่ผลบนระบบตามที่กำหนด และเก็บหลักฐานครบเพื่อตรวจสอบ

ข้อดี: ตอบสนองสถานการณ์พิเศษ/เร่งด่วน ลดระยะเวลา
ข้อควรระวัง: เสี่ยงถูกตั้งข้อสังเกตสูง ต้องใช้เท่าที่จำเป็นจริง พร้อมเอกสารรองรับครบถ้วน


เปรียบเทียบสั้น ๆ

  • e-Bidding: แข่งขันสูง โปร่งใส ราคาคุ้ม เหมาะสินค้ามาตรฐาน/ผู้ค้าหลายราย

  • คัดเลือก: เน้นคุณภาพและเทคนิค เหมาะงานเฉพาะทาง/ซับซ้อน

  • เฉพาะเจาะจง: ใช้เมื่อเร่งด่วน/ผู้ค้ารายเดียว/วงเงินต่ำ มีเหตุผลชัดและเอกสารถูกต้อง

เช็กลิสต์ 6 ข้อก่อนตัดสินใจ

  1. ตลาดมีผู้ค้าหลายรายหรือไม่

  2. งานเป็นมาตรฐานหรือเฉพาะทาง

  3. วงเงินและความเสี่ยงการตรวจสอบ

  4. กรอบเวลาเร่งด่วนแค่ไหน

  5. เกณฑ์ประเมินควรเป็น “ราคาอย่างเดียว” หรือ “ราคา+เทคนิค”

  6. หลักฐานรองรับการเลือกวิธีครบถ้วนหรือยัง (TOR, ราคากลาง, เหตุผล, บันทึกประชุม, ผลพิจารณา)


สรุป

เริ่มจากวิเคราะห์ “ลักษณะงาน–ตลาด–วงเงิน–เวลา–ความโปร่งใส” แล้วเลือกวิธีที่เหมาะที่สุด โดยถือ e-Bidding เป็นวิธีหลัก เมื่อเปิดแข่งขันได้ รองลงมาคือ วิธีคัดเลือก สำหรับงานเชิงคุณภาพ/เฉพาะทาง และ วิธีเฉพาะเจาะจง เฉพาะกรณีจำเป็นจริง ทุกกรณีควรจัดทำเอกสารและเผยแพร่ข้อมูลตามระบบ เพื่อความน่าเชื่อถือและตรวจสอบได้

No comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *